อาการล้าของกล้าม หลังจากการฝึกฝน (DOMS)

อาการล้าของกล้าม หลังจากการฝึกฝน (DOMS) บางบุคคลก็เรียก กล้ามป่วย Muscle Fever เป็นอาการที่เกิดขึ้นคราวหลังการฝึกหัดหรือการบริหารร่างกายราว 24-72 ชั่วโมง 1-3 วัน กำเนิดได้อีกทั้งในนักกีฬาคนใหม่และก็นักกีฬาระดับยอดเยี่ยม Elite บางการค้นคว้าวิจัยก็พูดว่าอาการกล้ามหล้าวันหลังการฝึกหัดนั้นเป็น อารที่เส้นใยของกล้ามขนาดเล็กมีการฉีกให้ขาด (Micro Trauma) ภายหลังที่บริหารร่างกาย

แบบ Eccentric ( กล้ามมีการยืด หรือ เปลี่ยนความยาว เพื่อต่อต้านกับน้ำหนักหรือแรงต้านทาน) การเล่นกีฬาหรือบริหารร่างกายล้วนมีการหดตัวของกล้ามทั้งยังแบบ Concentric แล้วก็ Eccentric ครับ อาทิเช่น ภายหลังฝึกฝนเวทเสร็จ 1-2 วันจะมีลักษณะปวดกล้ามครับผม ลักษณะของการปวดซึ่งก็คือ DOMS นั้นเอง แต่ว่าก็จะหายไปเมื่อกล้ามมีการปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมตนเองแล้วนะครับ

แม้กระนั้นการยุบตัวของกล้ามแบบ Eccentric นั้นจะมีผลให้มีการเจ็บขนาดเล็กๆที่เส้นใยของกล้ามได้มากกว่าการยุบตัวแบบอื่นๆยิ่งไปกว่านี้ความหนักแล้วก็ช่วงเวลาของการฝึกหัดนั้นก็เป็นตัวแปรที่สำคัญที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิด DOMS อีกด้วยครับผม กีฬาแล้วก็การออก ด้วยเหตุดังกล่าวการเกิด DOMS นั้นก็สามารถกำเนิดได้ในทุกๆเซสชั่นของการบริหารร่างกายอย่างยิ่งจริงๆ อาการล้าของกล้ามหลังจากบริหารร่างกายนั้นไม่ใช่ความเปลี่ยนไปจากปกติหรือเป็นโรคอะไร โดยเหตุนั้น บุคคลที่เกี่ยวและนักกีฬาเองก็เลยจะต้องใส่ใจอย่างใหญ่โตสำหรับในการจัดแจงกับสถานการณ์ของการเกิด DOMS นี้ครับ

จากการทบทวนงานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยที่ผ่านๆมาพวกเราสามารถตั้งข้อสันนิษฐานแนวคิดของการเกิด DOMS ได้ 6 แนวความคิดครับผม เป็น

จำนวนของกรดแลคติก Lactic Acid การสั่งสมของกรดแลคติกอาจจะเป็นผลให้กำเนิดลักษณะการเจ็บปวดหรืออ่อนเพลียได้ แม้กระนั้นมันก็มิได้ค้างอยู่นานเกินกว่า 24-48 ชั่วโมงหลังจากการบริหารร่างกายหรือฝึก, การเกร็งตัวของกล้าม

กล้ามมีการเกร็งตัว Muscle Spasm ก็ยังเป็นที่โต้แย้งกันอยู่สำหรับในการใช้อิเล็คโทรตสำหรับเพื่อการวัดหรือความละเอียดสำหรับการวัด อาการเกร็งตัวของกล้ามหลังจากการบริหารร่างกายแบบ Eccentric กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการเพิ่มขึ้นของการกระตุ้นให้กล้ามมีการเกร็งตัว ขาดเลือดไปเลี้ยง มีการสะสมของสารสื่อประสาทเรื่องของความเจ็บรอบๆกล้าม

การเช็ดกทำลายของเยื่อเกี่ยวเนื่อง Connective หน้าที่ของเยื่อเกี่ยวข้องก็คือเยื่อที่อยู่บริเวณเส้นใยกล้าม ซึ่งมีลักษณะผิดแผกกับเส้นใยกล้าม ในกรุ๊ปกล้ามหดตัวเร็ว TypeII ทำให้เยื่อเกี่ยวเนื่องมีการเจ็บหรือฉีกจนขาด ซึ่งการประมาณจำนวนของอะไม่โน Hydroxyproline,Hydroxylyxine ในเยี่ยวได้ส่งเสริมแนวความคิดนี้ ซึ่งจะแสดงถึงการลดน้อยลงของ Collagen จากการใช้แรงงานหนักเกิน หรือ การเช็ดกทำลายจากแรงดึง แต่ว่าแม้กระนั้นอะไม่โนทั้งคู่ตัวนี้ก็ยังสามารถมองการสังเคราะห์คอลลาเจน ได้อีกด้วย Tissue Damage

กล้ามถูกทำลาย Muscle Damage แนวความคิดนี้ศึกษาค้นพบโดย Hough ซึ่งได้เน้นย้ำถึงการหยุดชะงักของส่วนประกอบของเส้นใยกล้ามที่เกี่ยวกับการยุบตัวของเส้นใยกล้าม ตัวอย่างเช่น ระดับของซีไลน์ บางครั้งบางคราวยังไปเปลี่ยนส่วนประกอบของซาดครภรรยา ซึ่งการเช็ดกทำลายนี้จะไปเพิ่มความตึงต่อหน่วยให้กับเส้นใยของกล้ามอย่างเช่นในเส้นใยกล้าม Type II ซึ่งมี Z-Line ที่ไม่แข็งแรง เส้นใยกล้ามจะมีตัวรับความเจ็บ Nocireptors ซึ่งจะอยู่บนเยื่อเกี่ยวเนื่องแล้วก็เส้นเลือดแดง เส้นเลือดฝอยและก็รอยต่อระหว่างกล้ามกับเอ็นกล้ามจะถูกทำให้เกิดความเจ็บ กรุ๊ปของกล้ามถูกทำลายสามารถวัดได้ด้วยเอ็นไซม์ CK (Creatine Kinase) แต่ว่าความเกี่ยวเนื่องระหว่างจำนวน CK ในเลือดกับ DOMS ที่หนักสุดนั้นมีความเกี่ยวเนื่องกัน

การอักเสบของกล้าม Infrlammation การบริหารร่างกายหรือการฝึกหัดแบบ Eccentric ทำให้มีการเกิดอาการอักเสบของกล้าม กล้ามจะมีเอ็นไซม์ที่รอสลายตัวไขมันรวมทั้งโปรตีนในขณะที่มีกอักเสบ เมื่อมีการอักเสบที่กล้ามและก็เยื่อเกี่ยวเนื่อง โดยแนวความคิดนี้ก็ยังเป็นที่โต้แย้งถึช่วงเวลารวมทั้งขณะของการเกิดอาการอักเสบที่สมาคมกับการเกิด DOMS ,

การหลั่งของเอ็นไซม์ Enzyme Efflux กล้ามมีการเสื่อมสภาพที่ตำแหน่งของ Z-Line ที่อ่อนแอ ทำให้เอ็นไซม์ไปกระตุ้นตัวรับความเจ็บ กระตุ้นให้เกิดอาการ DOMS

แต่ว่าอย่างไรก็ดีพวกเราไม่สามารถที่จะชี้แจงการเกิด DOMS จากแนวคิดใดแนวความคิดหนึ่ง พวกเราบางครั้งอาจจะใช้แนวคิดต่างๆมากยิ่งกว่า สองแนวคิดขึ้นไปสำหรับการชี้แจงสถานการณ์ของการเกิดอาการก็เป็นไปได้ครับผม ลักษณะของกล้ามล้านั้นแน่ๆย่อมมีผลต่อความสามารถของนักกีฬาหรือการบริหารร่างกายอย่างแน่แท้ครับผม โดยเมื่อนักกีฬากำเนิด DOMS นั้นจะมีผลต่อ ระยะการเคลื่อนที่ของข้อต่อ , การน้อยลงของแรงสำหรับเพื่อการเขยื้อนของข้อต่อ (Peak Torque) หรือ บางครั้งอาจจะไปทำให้ลำดับของการระดมเส้นใยกล้ามสำหรับในการเคลื่อนนั้นไม่เหมือนกันไป สมมุติว่าพวกเราวัดคลื่นกระแสไฟฟ้ากล้าม บริเวณรอบๆเข่า สำหรับการวิ่ง ในเวลาที่ไม่กำเนิดอาการ DOMS นั้น พวกเราจะมองเห็นแนวทางของการทำงานของกล้ามเป็นแบบหนึ่ง แม้กระนั้นเวลาที่กำเนิดสภาพการณ์ของ DOMS นั้น พวกเราจะมองเห็นลักษณะของลำดับรูปแบบการทำงานของกล้ามเป็นแบบที่ต่างกันออกไปเนื่องมาจากร่างกายบากบั่นทดแทนกล้ามที่เกิดปัญหาโดยกล้ามผูกที่มีการดำเนินการใกล้เคียงกัน แต่ว่าหากพวกเราวัดการเคลื่อนไหว พวกเราจะมองเห็นความเคลื่อนไหวของการเคลื่อนไหวได้อย่างเห็นได้ชัด ครับผม